คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ พัฒนานิสิตคุณภาพร่วมมือพันธมิตรระดับโลก ฮาคูโฮโด ประเทศไทย เปิดตัว HIT PROGRAM - Go Ahead News

Go Ahead News

ก้าวไปข้างหน้ากับเรา

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Thursday, February 8, 2024

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ พัฒนานิสิตคุณภาพร่วมมือพันธมิตรระดับโลก ฮาคูโฮโด ประเทศไทย เปิดตัว HIT PROGRAM

 


คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn Business School) ร่วมมือบริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด พัฒนา “HIT PROGRAM” สอนนิสิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ชั้นปีที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2566 เสริมทักษะให้นิสิตพร้อมทำงาน สนับสนุนการค้นพบตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานในสายงานที่เหมาะสม

 


ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า “ทางคณะฯ โดยภาควิชาการตลาดได้ให้ความร่วมมือกับองค์กรสำคัญระดับนานาชาติมายาวนาน เพื่อเสริมสร้างให้นิสิตเป็นผู้นำแห่งอนาคตในด้านการตลาดและแบรนด์ มีความสามารถสูงและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติ สำหรับความร่วมมือกับฮาคูโฮโดซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในแวดวงการตลาดและการสื่อสารของโลกนั้นได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี และการลงนามในบันทึกความร่วมมือครั้งนี้จะยิ่งกระชับความร่วมมือของสององค์กรให้แน่นแฟ้นขึ้น”


คุณเทรุฮิซะ อิโต ประธานบริษัทและผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) กล่าวว่าการดำเนินงานของฮาคูโฮโดเน้น 2 เรื่องที่สำคัญคือการเป็นพาร์ทเนอร์หรือพันธมิตรที่มองเห็นคุณค่าของการมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้ง ซึ่งในบริบทนี้ ฮาคูโฮโดถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย อีกประการหนึ่งคือแนวความคิดที่เรียกว่า Sei-katsu-sha (เซ-คัทสึ-ฉะ) หมายถึงความมุ่งมั่นที่จะเข้าใจ “ความเป็นอยู่ของผู้คน” มากกว่าจะมองเป็นเพียง “ผู้บริโภค” ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับภาควิชาการตลาด ด้วยเหตุนี้ ฮาคูโฮโด ประเทศไทย จึงมีความตั้งใจในการสร้างประโยชน์ต่อสังคมไทย และรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของภูมิภาคอย่างจุฬาฯ


คุณชุติมา  วิริยะมหากุล ผู้อำนวยการบริหาร จากบริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “ฮาคูโฮโด ได้ออกแบบคอร์ส HIT PROGRAM (Hyperfocus, Integrate, Transform)   ให้เหมาะสมกับนิสิตปี 4 ของ Chulalongkorn Business School ที่จะช่วยผลักดันศักยภาพของนิสิต ด้วยการเชื่อมโยงวิชาที่นิสิตได้เรียนรู้เข้ากับประสบการณ์จริงผ่านผู้รู้ในหลากหลายอุตสาหกรรมและหลากหลายแบรนด์ ที่พร้อมนำความรู้มาถ่ายทอดและสร้างแบบฝึกหัดกับนิสิตอย่างเข้มข้น เพื่อเป้าหมายที่จะเสริมทักษะให้พร้อมทำงาน สนับสนุนให้นิสิตเกิดการค้นพบตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจที่จะเข้าทำงานในสายงานที่เหมาะกับตัวเองอย่างแท้จริง”


คุณยูโกะ อิโต กรรมการผู้จัดการ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ฮาคูโฮโด ญี่ปุ่น มีโครงการพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นที่หลากหลาย เช่น โครงการ BRANCO! ร่วมกับมหาวิทยาลัยโตเกียว เป็นการประกวดออกแบบแบรนด์ผ่านการวิจัยอย่างเข้มข้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน ในโครงการนี้เน้นการร่วมมือพัฒนางานผ่านการตั้งคำถาม แบบที่ “ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบที่ถูกต้อง” ซึ่งจะทำให้นิสิตได้ฝึกวิธีคิดแบบเปิดกว้างติดตัวไปใช้กับมุมมองอื่นๆในชีวิตด้วย นอกจากนั้น ยังมีโครงการ Hakuhodo Youth Lab ที่วิจัยร่วมกับนิสิตมหาวิทยาลัย ในหัวข้อเกี่ยวกับ Sei-katsu-sha ซึ่งไม่ได้แค่ศึกษาว่าจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่มาซื้อสินค้า แต่เน้นศึกษา ความเป็นอยู่ของผู้คนในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านสังคม ด้านธุรกิจ และด้านองค์กร ในหัวข้อที่สร้างความน่าสนใจ เช่น “ชีวิตแบบไหนที่เราควรสร้างในแบบของเรา” ซึ่งถือเป็นห้องปฏิบัติการที่สนับสนุนนวัตกรรมทางความคิดให้กับนิสิตและยังนำไปสู่การประชุมร่วมกันในกลุ่มคนรุ่นใหม่บนมุมมองใหม่ ๆ อีกด้วย”


ในงานแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงานซึ่งจัดขึ้น ณ CBS LOUNGE Chula คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ มีการนำเสนอมุมมองเรื่องนักการตลาดในหัวข้อ “Marketeers of the Future: นักการตลาดแห่งอนาคต” โดย ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ มีสาระสำคัญคือ นักการตลาดแห่งอนาคตต้องมีทักษะ 5Re ประกอบด้วย Resilence (ความยืดหยุ่น) Resolution (เก่งแก้ปัญหา) Reliance (น่าเชื่อมั่นเชื่อถือ) Revolution (มุ่งหน้านวัตกรรม) และ Relationship (สร้างความสัมพันธ์กับสังคมและสิ่งแวดล้อม) ซึ่ง HIT PROGRAM     จะตอบสนองทั้งห้าประเด็นนี้เพื่อสร้างสรรค์นักการตลาดแห่งอนาคตเพื่อสังคมไทยต่อไป


ทั้งนี้ในอนาคต ฮาคูโฮโด ประเทศไทย มีแนวความคิดที่จะนำโครงการที่ประสบความสำเร็จและสร้างการเรียนรู้ใหม่ ๆ จากญี่ปุ่น เข้ามาปรับใช้และร่วมมือกับภาคการศึกษาในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของบริษัทที่ต้องการร่วมสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังสำคัญทางสังคมต่อไป


No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad