เมย์แบงก์ ชี้ผลเลือกตั้ง หนุนตลาดหุ้นไทยไปไกลถึง 1500 จุด พร้อมแนะหุ้นเด่นรับธีมบริโภค–ลงทุน–การค้า - Go Ahead News

Go Ahead News

ก้าวไปข้างหน้ากับเรา

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Saturday, February 14, 2026

เมย์แบงก์ ชี้ผลเลือกตั้ง หนุนตลาดหุ้นไทยไปไกลถึง 1500 จุด พร้อมแนะหุ้นเด่นรับธีมบริโภค–ลงทุน–การค้า



บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าผลการเลือกตั้งล่าสุดของไทย ซึ่งสะท้อนชัยชนะอย่างชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย และแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุนไทยในระยะถัดไป จากความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลงจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ


นายจักร เรืองสินภิญญา กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมย์แบงก์ ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ณ สิ้นปี 2569 เป็น 1,500 จุด จากการปรับเพิ่มค่าเป้าหมาย P/E ขึ้นสู่ค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 16.0 เท่า จากเดิม 14.5 เท่า สะท้อนความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางการเมืองที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนการ re-rating ของตลาดและเปิดทางให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการกระตุ้นการบริโภค การลงทุน และการค้า โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป”


เสถียรภาพทางการเมือง หนุนการฟื้นตัวของตลาดทุน


จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทยคว้าที่นั่งได้มากที่สุด และมีแนวโน้มเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพันธมิตร ส่งผลให้รัฐบาลใหม่มีเสียงสนับสนุนในสภาอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเมืองในระดับที่ตลาดทุนต้องการ


เมย์แบงก์ มองว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ และลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่กดดันตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา


นโยบายรัฐคาดเน้น “บริโภค–ลงทุน–การค้า”


เมย์แบงก์ คาดว่าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีจะแล้วเสร็จและได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนจะเห็นการประกาศนโยบายสำคัญในช่วง 100 วันแรกของรัฐบาล โดยลำดับแรกจะเป็นมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและการลดค่าครองชีพ ซึ่งมีลักษณะต่อเนื่องจากแนวทางของรัฐบาลชุดก่อน


ขณะเดียวกัน จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือแนวโน้มการเร่งผลักดันการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านกลไก Fast Pass เพื่อปลดล็อกโครงการลงทุนมูลค่ารวมราว 1.9 ล้านล้านบาท รวมถึงการเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ในแผน มูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการส่งออก การผลิต และกำไรของภาคธุรกิจจดทะเบียนในระยะกลางถึงยาว


แนะนำหุ้นเด่นและกลุ่มที่ได้ประโยชน์


เมย์แบงก์ ยังคงแนะนำหุ้นที่ได้อานิสงส์จาก “election rally” ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์ MTC กลุ่มท่องเที่ยว MINT กลุ่มสื่อสาร TRUE และ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ AP

 

นอกจากนี้ ยังมองเชิงบวกต่อหุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากการไหลเข้าของ FDI และการขยายตัวของการค้าในปี 2569 ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม WHA, AMATA กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ITC และ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ CCET


เมย์แบงก์ เชื่อว่าการผสานกันของเสถียรภาพทางการเมือง นโยบา\ยเศรษฐกิจเชิงรุก และการฟื้นตัวของการลงทุน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างจังหวะการฟื้นตัวอย่างมีคุณภาพให้กับตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

###

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad